
รวม 5 Checklist เช็ครถก่อนเดินทาง ขับรถเที่ยวหน้าฝนให้ปลอดภัย
ใครบอกว่าหน้าฝนเที่ยวไม่ได้ ทุกฤดูมีเสน่ห์เป็นของตัวเอง ประสบการณ์ก็ต่างก็แตกต่างกันออกไป ที่หลายคนบอกว่าเที่ยวหน้าฝนเป็นฤดูที่อันตราย มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าในหน้าฝนค่อนข้างมีความเสี่ยงจริงๆ แต่การท่องเที่ยวสามารถทำให้ปลอดภัยตลอดทริปได้ รับลองชิลมาก เพื่อนๆ ลองจินตนาการถึงกลิ่นฝนใหม่ๆ ธรรมชาติที่เขียวชะอุ่ม หมอกเมฆที่หาที่ไหนไม่ได้นอกจากหน้าฝน เราจะออกทริปตลอดรอดปลอดภัยจะทำอย่างไรดีล่ะ วันนี้ทีมงาน RMA Ford รวบรวมสุดยอด Checklist ก่อน ขับรถเที่ยวหน้าฝน ทำครบทุกข้อ ปลอดภัยแน่นอน รับลองเที่ยวหน้าฝนชุ่มชื่นหัวใจ
ยางรถยนต์
Checklist ที่สำคัญมากกก ยางรถยนต์เป็นสิ่งแรกที่ต้องเช็คเลย ลองจินตนาการดู ถ้าเราขับรถเที่ยวหน้าฝน พร้อมกับยางหมดอายุ จะเกิดอะไรขึ้น เสี่ยงอุบัติเหตุแน่นอน เสียทั้งเวลาและเงินโดยไม่ใช่เหตุ อย่างที่เรารู้กัน ยางรถยนต์เป็นสิ่งที่แบกรับน้ำหนักทั้งหมด และยังช่วยให้รถยึดเกาะถนนระหว่างการเดินทาง ยางรถที่ดีควรมีประสิทธิภาพสำหรับการเดินทางทั้งผู้ขับและผู้ร่วมทาง
- เช็ควันหมดอายุ ยางที่ยึดเกาะถนนได้อย่างดีเยี่ยม คือ ยางที่มีดอกยาง มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะกวาดน้ำในช่วงหน้าฝน โดยเราสามารถดูได้จาก ตัวเลข 4 หลักบนแก้มยาง ตัวเลข 2 ตัวแรก หมายถึง สัปดาห์ที่ผลิต (1 ปี มี 52 สัปดาห์) และ 2 ตัวหลัง หมายถึง ปี ค.ศ. ที่ผลิต เพื่อนๆ ควรเปลี่ยนยางเมื่อใช้งานครบ 3-5 ปี หรือระยะทาง 50,000 กิโลเมตร หรือหากพบรอยแตกลายงาและดอกยางสึกถึงสะพาน ยิ่งขับรถช่วงหน้าฝน ยิ่งต้องดูแลยางรถยนต์มากเป็นพิเศษ
- เช็คความดันลมยาง ห้ามลืมเติมลมทุกครั้งที่ต้องเดินทางเด็ดขาดดด และที่สำคัญควรเติมให้เป็นไปตามค่ามาตรฐานของรถแต่ละรุ่นที่ระบุไว้บริเวณข้างประตูคนขับ
- ตรวจสอบยางอะไหล่และอุปกรณ์ อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ไม่ควรละเลย คือ อุปกรณ์ฉุกเฉินต่างๆ และยางอะไหล่ โดยเฉพาะไฟสัญญาณ เนื่องจาก การท่องเที่ยวในช่วงหน้าฝนเป็นช่วงที่ฟ้าฝนอาจจะตกลงมาเมื่อไหร่ก็ได้ เพื่อป้องกันรถคันอื่นที่อาจชนท้าย เราควรมีสัญญาณไฟฉุกเฉินติดรถไว้ และยางอะไหล่หรืออุปกรณ์ซ่อมยางฉุกเฉินควรเช็คให้หน้อมก่อนเดิมทาง

ระบบเบรค
คู่แข่งสูสีระหว่างระบบเบรคและยางรถยนต์ ทั้งคู่ต่างมีความสัมพันธ์ไม่แพ้กันเลย เพราะทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ระบบเบรคที่ดีจะช่วยให้การเบรคในระยะปกติ หรือในระยะประชิดมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ฉะนั้น อย่าลืมเช็ครถก่อนขับรถเที่ยวหน้าฝนกัน เพื่อความปลอดภัย
- เช็คผ้าเบรค: ถ้ามีระยะเหยียบแป้นเบรคลึกกว่าปกติ ต้องตรวจเช็คว่าเบรคสึกหรอหรือใกล้หมดอายุหรือไม่ ในกรณีนี้อาจส่วผบเสียต่อการเบรคกระทันหันได้เลย เพราะไม่สามารถหยุดรถได้ทันท่วงที
- เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรค: ควรเปลี่ยนน้ำมันเบรคเป็นประจำทุก ๆ 20,000 – 40,000 กิโลเมตร หรือทุก 1-2 ปี เพื่อทำให้ประสทธิภาพในการเบรคดียิ่งขึ้น พร้อมยังช่วยบำรุงและยืดระยะเวลาการใช้งานให้ยาวนานยิ่งขึ้น

ใบปัดน้ำฝน
การขับรถเที่ยวหน้าฝน ใบปัดน้ำฝนก็สำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งเพื่อนๆ สามารถเช็คได้ด้วยตัวเองง่าย โดยฉีดน้ำทำความสะอาดกระจกรถ แล้วปัดเพื่อกวาดน้ำออกทั้งหมด 3 ระดับ หากการกวาดน้ำออกเหลือคราบน้ำน้อยที่สุด และต้องไม่มีเสียงเอี๊ยด โดยปกติแล้วใบปัดน้ำฝน จะมีอายุการใช้งานประมาณ 6 – 12 เดือน เมื่อเห็นว่าใบปัดน้ำฝนเริ่มเสื่อม ควรเปลี่ยนทันที เพื่อวิสัยทัศน์การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น เรามีทริคง่ายๆ เพื่อตรวจสอบด้วยตัวเอง ดังนี้
- ใบปัดน้ำฝน: ยกที่ปัดน้ำฝนขึ้น เพื่อลูบและสังเกตด้วยตาเปล่า ใบปัดน้ำฝนที่ปกติต้องอยู่ในลักษณะนิ่มและไม่มีรอบฉีกขาด
- ประสิทธิภาพการกวาดน้ำ: ฉีดน้ำที่กระจก แล้วเปิดให้ที่ปัดน้ำฝนทำงาน ถ้ามีเสียงดังคล้ายกระจกถูกกรีด ปัดไม่สะอาดเป็นเส้น ๆ หรือไม่สามารถกวาดน้ำออกได้เลย ก็แสดงว่ายางใบปัดเกิดการเสื่อมสภาพแล้ว

ระบบน้ำฉีดกระจกรถยนต์
ใครว่าระบบน้ำฉีดกระจกรถยนต์ไม่สำคัญกัน ระบบฉีดน้ำสามารถทำความสะอาดกระจกที่บดบังด้วยฝุ่นให้สะอาด วิสัยทัศน์การขับขี่ในหน้าฝนดียิ่งขึ้น โดยอาศัยหลักการทำงานหลายส่วนร่วมกัน ประกอบด้วย กระป๋องพักน้ำ, มอเตอร์ฉีดน้ำ, ท่อยาง, และ หัวฉีดน้ำ และมักพบเจอกับปัญหายอดฮิตสำหรับรถที่ไม่ค่อยใช้งานระบบฉีดน้ำ หัวฉีดมักอุดตันจากการสะสมตะกอนหินปูน เรามีทริคเล็กๆ มาฝาก
- ห้ามใช้น้ำประปา: ควรใช้น้ำยาเฉพาะสำหรับการเติมน้ำยาฉีดกระจก ไม่ควรใช้น้ำประปาเติมเด็ดขาก เพราะอาจทำให้เป็นแหล่งสะสมตะกอนหินปูน
- เช็คประมาณน้ำ: เดินทางหน้าฝนทั้งทีก็ต้องเช็คระดับน้ำสักหน่อย ไม่ต้องสนใจว่าคงเหลือน้ำในถังจำนวนเท่าใด เราแนะนำว่าให้เติมจนเต็ม เผื่อเกิดเหตุที่จำเป็นต้องใช้ขึ้นมาจริงๆ จะได้ไม่ต้องมากังวลกับปริมาณน้ำที่มีในถังเลย
- ห้ามผสมน้ำยาเอง: อย่าแม้แต่จะคิดเลยนะเพื่อนๆ เพราะการผสมน้ำยาเอง ไม่ว่าจะเป็นยาล้างจาน ผงซักฟอก หรือสบู่ นั่นยิ่งทำให้ท่อเกิดการอุดตันได้ง่าย
- การเสื่อมสภาพระหว่างการใช้งาน: สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วไป ยิ่งในกรณีที่รถปีสูงๆ ยิ่งมีโอากสที่จะเกิดขึ้น ส่วนมากมักพบปัญหาในส่วนของมอเตอร์ สายทองแดง หรือการอุดตันจากสิ่งสกปก ทีสำคัญมากกว่าการเสื่อมสภาพ คือ การใช้งานระบบน้ำฉีดกระจกรถยนต์อย่างถูกต้อง เจ้ามอเตอร์เหมือนเด็กตัวน้อยๆ ที่ไม่สามารถทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน ดังนั้นเราจึงไม่ควรฉีดน้ำล้างกระจกเป็นเวลานานจนเกินไป หรือฉีดน้ำในขณะที่ไม่มีน้ำในตัวถัง เจ้ามอเตอร์น้อยอาจงอแงได้โดยไม่รู้ตัว
ไฟส่องสว่าง
เรามากันที่ Checklist สุดท้าย วิธีเช็คไฟส่องสว่างก็ง่ายดายมากๆ โดยให้จอดรถหันหน้าเข้าหากำแพง ประมาณ 3-5 เมตร และไล่เปิดไฟให้ครบทุกฟังก์ชั่นอย่างรอบคัน หลัการสังเกตก็ง่ายดายเอาเสียมากๆ ระดับความสว่างของไฟด้านซ้ายและขวาต้องเท่ากัน ตรวจสอบว่าหลอดไฟทั้งสองทำงานปกติหรือไม่ รวมทั้งไปท้ายที่เป็นจุดสำคัญไม่แพ้กัน
- ไฟหน้า: ต้องไม่สูงเกินระดับไฟหน้าของรถเรา และลำแสงต้องไม่เบี่ยงไปทางข้างจนเกินไป ไฟต้องไม่มีการกระพริบ ติดๆ ดับๆ
- ไฟเลี้ยวและไฟฉุกเฉิน: ทดสอบเปิดไฟเลี้ยวซ้าย-ขวา และไฟฉุกเฉิน เดินดูทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลังว่ากระพริบปกติหรือไม่
- ไฟเบรค: ไฟเบรคทั้งสองข้างต้องติดเหมือกัน
- ไฟถอย: ลองเข้าไปเกียร์ถอย เพื่อทดสอบการทำงานของไฟถอยสีขาวสว่างว่าทำงานปกติว่าทำงานปกติหรือไม่
ท้ายที่สุดนี้ การ ขับรถเที่ยวหน้าฝน จะไม่ใช่เรื่องอันตรายเลย หากเราเตรียมความพร้อมของตัวรถอย่างสม่ำเสมอ ทั้ง 5 Checklist ที่เรารวบรวมมาให้ ไม่ว่าจะเป็นการเช็คยางรถยนต์ ระบบเบรก ใบปัดน้ำฝน น้ำยาฉีดกระจก และไฟส่องสว่าง ล้วนเป็นขั้นตอนง่ายๆ ที่เพื่อนๆ สามารถตรวจเช็คได้ด้วยตัวเอง การเตรียมรถให้พร้อมก่อนออกเดินทาง นอกจากจะช่วยป้องกันอุบัติเหตุแล้ว ยังช่วยให้ทริปเที่ยวหน้าฝนของคุณราบรื่น ไร้อุปสรรคกวนใจ ให้คุณได้ซึมซับบรรยากาศสวยๆ ระหว่างทางได้อย่างเต็มที่ ขับขี่ปลอดภัยตลอดเส้นทางไปกับ RMA Ford
ขอบคุณข้อมูล :
https://www.mitsurma.com/taking-care-tires-rain-season/
https://www.fordrma.com/tips-to-take-care-of-your-windshield-wipers/