Ford RMA

ภาษีรถยนต์ปี 2569 อัตราภาษีใหม่ มีผลบังคับใช้ 1 มกราคมนี้

ภาษีรถยนต์ใหม่ปี 2569 มีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตครั้งสำคัญ โดยพิจารณาจากขนาดเครื่องยนต์และปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) เป็นหลัก เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งผลให้รถยนต์เครื่องยนต์สันดาป หรือรถยนต์ใช้น้ำมัน มีอัตราภาษีสูงขึ้น ขณะที่รถพลังงานทางเลือก เช่น รถไฮบริด รถปลั๊กอินไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะได้รับอัตราภาษีที่ลดลง

อัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ตามโครงสร้างใหม่ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป และจะใช้กับรถยนต์รุ่นใหม่ที่วางจำหน่ายในปี 2569 เป็นต้นไป

ภาษีสรรพสามิต คือ ภาษีทางอ้อมที่รัฐจัดเก็บจากสินค้าหรือบริการบางประเภทที่ถือว่ามีผลต่อเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม หรือพฤติกรรมการบริโภค โดยผู้ประกอบการหรือผู้นำเข้าสินค้าเป็นผู้จ่ายภาษีให้กับรัฐ และต้นทุนภาษีดังกล่าวมักถูกรวมอยู่ในราคาสินค้าที่ผู้บริโภคต้องจ่าย

ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ รัฐจะคำนวณจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น

  • ขนาดเครื่องยนต์
  • ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂)
  • ประเภทพลังงานที่ใช้ เช่น รถน้ำมัน รถไฮบริด หรือรถยนต์ไฟฟ้า

การจัดเก็บภาษีในลักษณะนี้มีเป้าหมายเพื่อควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และผลักดันให้ผู้ผลิตพัฒนารถยนต์ที่ปล่อยไอเสียน้อยลง

รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินหรือดีเซล จะถูกจัดเก็บภาษีตามระดับการปล่อย CO₂ เป็นหลัก

  • รถที่ปล่อยก๊าซในปริมาณสูง จะมีอัตราภาษีเพิ่มขึ้น
  • รถเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ มีแนวโน้มถูกจัดอยู่ในกลุ่มภาษีสูง

เครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร

  • ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ไม่เกิน 100 กรัม/กม. ภาษี 13%
  • ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) 101 – 120 กรัม/กม. ภาษี 22%
  • ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) 121 – 150 กรัม/กม. ภาษี 25%
  • ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) 151 – 200 กรัม/กม. ภาษี 29%
  • ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) เกิน 200 กรัม/กม. ภาษี 34%

เครื่องยนต์เกิน 3.0 ลิตร หรือ กลุ่มรถยนต์หรู และซูปเปอร์คาร์ 50%

ทางเลือกประหยัดพลังงาน เหมาะกับผู้ที่ต้องการประหยัดน้ำมัน แต่ยังไม่พร้อมเปลี่ยนไปใช้ EV เต็มรูปแบบ

เครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร

  • ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ไม่เกิน 100 กรัม/กม. ภาษี 6%
  • ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) 101–120 กรัม/กม. ภาษี 9%
  • ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) 121–150 กรัม/กม. ภาษี 14%
  • ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) 151–200 กรัม/กม. ภาษี 19%

หากขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าได้ระยะทางมาก จะได้รับอัตราภาษีต่ำ รถที่มีระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าน้อย หรือใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ภาษีจะแพงกว่า

  • วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ ไม่ต่ำกว่า 80 กม. ต่อ 1 การชาร์จ คิดภาษี 5% (ลดลงจากเดิม)
  • วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ ต่ำกว่า 80 กม. ต่อ 1 การชาร์จ คิดภาษี 10%
  • เครื่องยนต์เกิน 3.0 ลิตร คิดภาษี 30%
  • รถยนต์ไฟฟ้า อัตราภาษีลดลงจากเดิม 8% เหลือเพียง 2%
  • รถกระบะไฟฟ้า จากเดิมได้รับการยกเว้น (0%) จะต้องเสียภาษีในอัตรา 2%

ผู้ซื้อ ราคารถยนต์ใหม่อาจเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะรถน้ำมัน ยิ่งมีขนาดเครื่องยนต์ใหญ่หรือปล่อย CO₂ สูง ภาษียิ่งสูงขึ้น สำหรับผู้ที่มีแพลนซื้อรถยนต์ไฟฟ้า อาจได้ราคาดีขึ้นจากการปรับโครงสร้างภาษีใหม่ รวมถึงราคารถมือสองที่คนอาจหันมาสนใจความคุ้มค่า จากราคารถยนต์สัปดาปที่แพงขึ้น

ผู้ผลิตรถยนต์ ต้องปรับกลยุทธ์สินค้าให้สอดรับกับโครงสร้างภาษีใหม่ โดยเฉพาะรถน้ำมันที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ส่วนตลาดรถยนต์ไฟฟ้า มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากแรงจูงใจด้านภาษี

โครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ปี 2569 เป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยใช้ภาษีเป็นเครื่องมือผลักดันรถยนต์พลังงานสะอาด ลดการปล่อยมลพิษ และสร้างความยั่งยืนในระยะยาว ใครที่กำลังวางแผนซื้อรถใหม่ ควรศึกษาข้อมูลภาษีให้รอบด้าน เพื่อเลือกประเภทพลังงานที่เหมาะสมทั้งด้านราคาและการใช้งาน


แหล่งข้อมูล : mitsurma.com  , thairath.co.th

ลงทะเบียนรับส่วนลด

0
    ตะกร้าสินค้า
    ตะกร้าสินค้าว่างเปล่ากลับสู่ร้านค้า
    Instagram