Ford RMA

สรุปชัด 3 ข้อห้ามจราจรที่คนเข้าใจผิดบ่อย ขับบนทางเท้า-ย้อนศร-จอดเส้นขาวแดง ปรับกี่บาท?

สรุปชัด! 3 ข้อห้ามจราจรที่คนเข้าใจผิดบ่อย ขับบนทางเท้า-ย้อนศร-จอดเส้นขาวแดง ปรับกี่บาท?

สรุปชัด 3 ข้อห้ามจราจรที่คนเข้าใจผิดบ่อย ขับบนทางเท้า-ย้อนศร-จอดเส้นขาวแดง ปรับกี่บาท?

กฎหมายบนโลกใบนี้มีมากมาย และหลายประเภทมาก ๆ ค่ะ นอกจากรัฐธรรมนูญที่เราใกล้ชิดมากที่สุดแล้ว กฎหมายจราจรเป็นสิ่งที่เราคลุกคลีมากที่สุดอีกเช่นกัน ก่อนใช้ยานภาหนะไม่ว่าจะประเภทใดก็ตาม หน้าที่ของพลเมืองแบบเราก็คือการศึกษากฎหมาจรจารนั้นไว้ค่ะ เพราะเวรกรรมไวกว่าจรวด และอาจมาในรูปแบบของใบสั่ง อย่าลืมสิคะ! หูตาตำรวจไทยไวกว่าที่เราคิดอีก แต่การขับขี่บางประเภทก็น่าโดนใบสั่งไม่แพ้กัน ทั้งขี่รถบนทางเท้า ขับรถย้อนศร จอดรถตรงเส้นขาวแดง จอดแช่ในเส้นขาวเหลือง กวนใจเพื่อนร่วมทางไม่เบาเลยแหละค่ะ การกระทำแบบนี้เข้าข่ายการทุจริตได้เหมือนกันนะคะ เพราะขาดความรู้ หรือไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรนั่นเอง การนึกถึงแต่ความสะดวกของตัวเองไม่ควรเกิดขึ้นในบ้านเราอีกต่อไป  ข้อห้ามจราจรมีอะไรที่ควรศึกษาไว้ มาดูกันเลยค่า

ฟุตบาทมีไว้เดิน ขับรถบนทางเท้าปรับกี่บาท

รูปจาก www.khaosod.co.th

ปัญหานี้ส่วนมากมักเจอแต่เมืองหลวงเสียส่วนมากค่ะ เพราะว่าฟุตบาทของต่างจังหวัด หรือชนบทไม่ได้มีไว้เดินเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ตั้งของร้านค้าบางร้าน หรือการวางเก้าอี้เพื่อจองที่จอดรถหน้าบ้านตัวเอง ซึ่งการขับรถบนฟุตบาทกลับเป็นเหมือนค่านิยมบางอย่าง ที่ตัวผู้กระทำผิดเองก็ลอยตัวเหมือนไม่ได้ผิดอะไร เป็นค่านิยมที่เน้นความสะดวกสบาย ตัดปัญหารถติด ยูเทิร์นไกล แถมยังช่วยประหยัดเวลาอีกด้วย แต่ต้องแลกมากับชีวิตเพื่อนร่วมทางบนฟุตบาท ผู้คนจำนวนมากที่สัญจรไปมาบนทางเท้า จำเป็นหรือจำใจต้องแบ่งทางที่มีไว้เดินกับรถจักรยานยนต์ที่เลี่ยงเส้นทางจราจรอันยุ่งเหยิง ด้วยค่านิยมที่ว่า “ฉันก็ไม่ได้ทำผิดอะไรนี่” แน่นอนค่ะ! ผิดแน่นอน กฎหมายระบุข้อห้ามจราจรและบทลงโทษไว้อย่างชัดเจน

บทลงโทษตามกฎหมาย

พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 17 (2)  ห้ามขับขี่หรือจอดรถบนทางเท้า เว้นแต่เป็นการเข้าอาคารหรือได้รับการผ่อนผัน หากฝ่าฝืนถูกปรับสูงสุด โทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท (มาตรา 56) และอาจถูกตัดคะแนนความประพฤติในการขับขี่อีกด้วย 

พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (7) ห้ามขับรถบนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร เว้นแต่รถลากเข็นสำหรับทารก ผู้ป่วย หรือคนพิการ โทษปรับ 400 – 1,000 บาท (มาตรา 157)

กรณีที่เกิดอุบัติเหตุบนทางเท้า ผู้ขับขี่มีความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

ทางเท้า (Sidewalk/Footpath)

ทางเท้าคือพื้นที่สาธารณะข้างถนนที่ยกระดับสูงกว่าถนนขึ้นมานิดหน่อย ถูกสร้างเพื่อให้เป็นทางสัญจรแก่คนเดินทั่วไป เพื่อเพิ่มความปลอดภัยเมื่อต้องเดินเทียบกับถนนที่มียานพาหนะไปมา เสียงสะท้อนส่วนมากที่ได้รับผลกระทบ ระบุว่ามีความปลอดภัยผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์บนทางเท้า และพื้นที่บางส่วนถูกเบียดบังไปด้วยร้านค้าข้างถนน 

 ย้อนศรนิดเดียว แต่เสียเยอะ

รูปจาก mgronline.com/onlinesection/detail/9620000096547

สุดยอดปัญหาบนท้องถนน ที่เกิดขึ้นได้ทั้งเมืองหลวงและต่างจังหวัด ขับรถย้อนศรก็เป็นภาระของเพื่อนร่วมทางพอแล้ว บางคันยังเปิดไฟสูงเพื่อแสดงให้เห็นว่าตนกำลังขับรถย้อนศรอยู่ ซึ่งเป็นการกระทำที่ขาดจิตสำนึกและมักง่ายที่สุดค่ะ เพราะบางครั้งการย้อนศรอาจกลายเป็นเรื่องปกติที่สามารถทำเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องคำนึงถึงความถูกต้อง ข้อห้ามจราจร และบทลงโทษทางกฎหมาย ซึ่งในความเป็นจริงการขับรถย้อนศรเป็นเรื่องที่อันตรายมาก อาจต้องโทษความผิดร้ายแรง อันตรายถึงชีวิตกว่าที่คิดค่ะ 

บทลงโทษทางกฎหมาย 

พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ระบุความผิดแต่ละฐานไว้อย่างชัดเจน หากการขับรถโดยไม่ปฏิบัติตามทิศทางที่กำหนด หรือฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร (ลูกศรบนพื้นถนน, ป้ายบังคับ) มีโทษ ปรับไม่เกิน 500 บาท (ตามมาตรา 21, 22 ประกอบมาตรา 152) 

มาตรา 43 (8) ระบุว่าการย้อนศรนั้นมีลักษณะที่น่าจะก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น จะเข้าข่ายความผิดฐาน “ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น” ซึ่งมีโทษหนักขึ้น คือ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000 ถึง 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กรณีที่เกิดอุบัติเหตุ อาจต้องโทษหนักขึ้น หากการขับรถย้อนศรเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จำเป็นต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญาในข้อหา “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส” หรือ “ถึงแก่ความตาย” ซึ่งมีโทษทั้งจำคุกและปรับ และอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ได้ ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจอาจไม่คุ้มครอง ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการขับรถย้อนศร เนื่องจากถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างชัดแจ้ง

ขาวเหลือง vs เส้นขาวแดง จอดผิดท่าเสียค่าปรับไม่รู้ตัว

เป็นข้อห้ามจราจรที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีคนใส่ใจมากที่สุด ซึ่งสัญลักษณ์จราจรแบบนี้เราเรียกว่าสีขอบฟุตบาท (Curb Markings) แต่ละสีสามารถบ่งบอกถึงความหมายในแต่ละพื้นที่ได้ ข้อดีของมันยังช่วยทำให้เราเห็นเขตทางหลวงชัดเจนมากยิ่งขึ้น ในประเทศไทยมีสีขอบฟุตบาทบังคับใช้อยู่ 3 ประเภท ดังนี้

  • สีขาวแดง หมายถึง ห้ามหยุดรถหรือห้ามจอดรถทุกชนิดบริเวณนี้เป็นอันขาด รวมไปถึงห้ามจอดแช่หรือห้ามจอดรถรับส่ง เนื่องจากพื้นที่บริเวณนั้นอาจเป็นพื้นที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย อาทิ หัวมุมถนน ปากซอย ทางโค้ง สถานีดับเพลิง เป็นต้น 
  • สีขาวเหลือง หมายถึง ห้ามจอดรถทุกชนิดตลอดแนวที่กำหนด แต่สามารถหยุดรถชั่วคราว เพื่อรับ-ส่ง หรือขนส่งสินค้าได้ในช่วงเวลาสั้นๆ ส่วนมากมักเจอเส้นขาวเหลืองได้บริเวณป้ายรถเมล์ พื้นที่จราจรบางแห่ง 
  • สีขาวดำ หมายถึง สัญลักษณ์จราจรที่ปรากฏที่ขอบคันหินหรือสิ่งกีดขวางอื่น เพื่อให้ผู้ใช้ทางเห็นขอบหินหรือสิ่งกีดขวางนั้นอย่างชัดเจน มีประโยชน์มากสำหรับการขับขี่ในช่วงกลางคืน เนื่องจากทำให้เห็นเขตแดนอย่างชัดเจน ช่วยลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ และสามารถจอดรถพักได้ แต่จำเป็นต้องจอดให้ชิดขอบทางมากที่สุด

บทลงโทษทางกฎหมาย 

พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ระบุโทษในการจอดรถกีดขวางทางจราจร หรือบริเวณที่ห้ามจอด ฝ่าฝืนอาจโดนล็อคล้อ หรือเสียค่าปรับไม่เกิน 500 บาท กรณีที่ร้ายแรงเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจยกรถไปยังสถานีตำรวจโดยอำนาจได้

และนี่คือ 3 ข้อห้ามจราจรมีที่คนใช้รถเข้าใจผิดบ่อยที่สุด ส่วนมากผู้ขับขี่รู้ตัวว่ากำลังทำผิด แต่ด้วยความเคยชินและขาดจิตสำนึกของผู้ใช้รถใช้ถนน จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ข้างต้นยุคเป็นประจำ นอกจากรบกวนเพื่อนร่วมทาง อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุมากกว่าทั่วไป และผู้ที่ฝ่าฝืนจำเป็นต้องรับความผิดโดยปริยาย ประกันภาคทางเลือกก็ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา สุดท้ายแล้ว กฎจราจรไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพียงเพื่อ “ค่าปรับ” หรือ “ใบสั่ง” แต่มันคือ “กติกาสังคม” ที่ช่วยให้คนนับล้านใช้ถนนร่วมกันได้อย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นทางเท้าที่ควรเป็นเขตปลอดภัยของคนเดินถนน เส้นขาวแดงที่ช่วยลดอุบัติเหตุตรงทางแยก หรือการไม่ขับย้อนศรเพื่อรักษาชีวิตของตัวเราและผู้อื่น

การมีวินัยจราจรไม่ใช่เรื่องยาก เริ่มได้ที่ตัวเราตั้งแต่วันนี้ เพียงแค่หยุดคิดถึงแต่ความสะดวกส่วนตน แล้วหันมาเคารพกฎกติกา บ้านเมืองของเราก็จะน่าอยู่และปลอดภัยขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ “ขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจเพื่อนร่วมทาง” นะคะ


    ข้อมูลอ้างอิง :

    สาระน่ารู้อื่นๆ

    ลงทะเบียนรับส่วนลด

    0
      ตะกร้าสินค้า
      ตะกร้าสินค้าว่างเปล่ากลับสู่ร้านค้า
      Instagram