Ford RMA

Ford Ranger Super Duty กระบะสายบรรทุกหนัก 4.5 ตัน พร้อมบุกไทยปี 2026

Ford Ranger Super Duty กระบะสายบรรทุกหนัก 4.5 ตัน พร้อมบุกไทยปี 2026

Ford Ranger Super Duty กระบะสายบรรทุกหนัก 4.5 ตัน พร้อมบุกไทยปี 2026

เมื่อการขับขี่ไม่ได้มีแค่การวิ่งบนถนนลาดยาง สำหรับรถที่ต้องใช้งานหลากหลาย เพื่อความคุ้มค่าเป็นได้ทั้งการขับขี่ประจำวัน และรองรับงานหนัก บรรทุกของ ลากจูง หรือขับลุยเส้นทางโหดๆ อยู่เป็นประจำ Ford Ranger Super Duty คือรุ่นที่ถูกพัฒนามาเพื่อโจทย์แบบนั้นโดยตรง ฟอร์ดนำพื้นฐานของ Ranger มายกระดับใหม่เกือบทั้งคัน ตั้งแต่โครงสร้าง แชสซี ช่วงล่าง ไปจนถึงระบบขับเคลื่อนและเทคโนโลยีออฟโรด เพื่อให้ Ranger Super Duty พร้อมลุยงานหนักต่อเนื่องได้จริง และให้ความมั่นใจไม่ว่าคุณจะใช้งานในสถานการณ์ไหน

  • รองรับการลากจูงสูงสุด 4,500 กิโลกรัม
  • น้ำหนักรถรวมบรรทุก (GVM) สูงสุดถึง 4,500 กิโลกรัม
  • น้ำหนักรถรวมบรรทุกและลากจูง (GCM) สูงสุดถึง 8,000 กิโลกรัม

เครื่องยนต์ดีเซล V6 เทอร์โบ ขนาด 3.0 ลิตร ที่พิสูจน์สมรรถนะมาแล้วในตระกูล Ranger ถูกนำมาปรับจูนเป็นพิเศษสำหรับรุ่นนี้ ควบคู่กับระบบระบายความร้อนใหม่ เพื่อรองรับการใช้งานหนักและรักษาประสิทธิภาพได้อย่างสม่ำเสมอในทุกสถานการณ์

  1. ความสามารถในการลากจูงสูงสุด (แบบเบรก) คำนวณโดยใช้อุปกรณ์ลากจูงของฟอร์ดแท้ ไม่รวมลูกบอลลาก (Tow Ball) ซึ่งจำหน่ายแยกต่างหาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อบังคับของรัฐ ดินแดนและประเทศนั้น ๆ เพื่อให้เป็นไปตามข้อจำกัดนี้ น้ำหนักบรรทุกใด ๆ ที่อยู่ในรถอาจต้องจำกัดเพื่อไม่ให้เกินค่า GCM และ GVM.
  2. GVM (Gross Vehicle Mass) คือ น้ำหนักรวมสูงสุดที่อนุญาตของรถ รวมถึงน้ำหนักบรรทุกทั้งหมด และน้ำหนักกดลูกบอลลาก (Tow Ball Down Weight) ของเทรลเลอร์ แต่ไม่รวมตัวเทรลเลอร์เอง ส่วน GCM (Gross Combined Mass) คือ น้ำหนักรวมสูงสุดที่อนุญาตของรถและเทรลเลอร์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อบังคับของรัฐ ดินแดน และประเทศนั้น ๆ น้ำหนักรถที่ระบุเป็นค่าประมาณและอาจมีความแตกต่างในแต่ละคัน ควรชั่งน้ำหนักรถก่อนและหลังบรรทุกสิ่งของเพื่อให้แน่ใจว่าไม่เกินค่า GVM, GCM และ GAWR.
  3. อ้างอิงจากการเปรียบเทียบในกลุ่มรถ PU/CC 4X4 เชิงพาณิชย์น้ำหนักเบา (Light Commercial Model) ตามการจัดหมวดหมู่ของ VFACTS
  4. GVM (Gross Vehicle Mass) คือน้ำหนักรวมสูงสุดที่อนุญาตของรถ รวมถึงน้ำหนักบรรทุกและน้ำหนักกดลูกบอลลาก (Tow Ball Down Weight) ของเทรลเลอร์ แต่ไม่รวมตัวเทรลเลอร์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อบังคับของรัฐและดินแดน น้ำหนักรถที่ระบุเป็นค่าประมาณและอาจมีความแตกต่างในแต่ละคัน ควรชั่งน้ำหนักรถก่อนและหลังบรรทุกสิ่งของ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่เกินค่า GVM, GCM และ GAWR
  5. ค่าบรรทุกสูงสุดสำหรับรุ่น Single Cab Cab-Chassis ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อบังคับของรัฐ ดินแดน และประเทศนั้น ๆ น้ำหนักตัวรถ (Kerb Weight) หมายถึงรถพร้อมถังน้ำมันเต็ม แต่ไม่รวมผู้โดยสาร สัมภาระ หรือสิ่งของบรรทุก และนับรวมชุดอุปกรณ์เสริมจากโรงงานที่หนักที่สุด น้ำหนักบรรทุกคำนวณจาก GVM ลบด้วยน้ำหนักตัวรถ ซึ่งน้ำหนักบรรทุกคือ ค่ารวมสูงสุดของผู้โดยสาร สัมภาระ อุปกรณ์เสริม โครงสร้างที่ติดเพิ่ม และน้ำหนักกดลูกบอลลาก (เมื่อทำการลากจูง) น้ำหนักรถเป็นค่าประมาณและอาจมีความแตกต่าง ควรชั่งน้ำหนักรถก่อนและหลังเพิ่มสัมภาระ อุปกรณ์เสริม หรือทำการลาก เพื่อให้แน่ใจว่าไม่เกินค่า GVM, GCM และ GAWR

Ford Super Duty ต่างจาก Ranger รุ่นปกติอย่างไรบ้าง

  • ปีกนกถูกออกแบบให้มีความหนาเพิ่มขึ้น เสริมความแข็งแรงเป็นพิเศษ รองรับการบรรทุกหนักได้ดียิ่งขึ้น
  • ปรับตำแหน่งจุดยึดสปริงและปีกนกล่างให้สูงขึ้น ช่วยลดโอกาสการกระแทกใต้ท้องรถเมื่อลุยเส้นทางออฟโรด
  • เพลาขับทั้งด้านหน้าและด้านหลังได้รับการพัฒนาใหม่ เพิ่มความแข็งแรงและขีดความสามารถในการรองรับน้ำหนัก
  • เฟืองท้ายรุ่นใหม่ ขนาดใหญ่และแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยติดตั้งใน Ford Ranger ตั้งแต่เริ่มการผลิต
  • โครงสร้างตัวรถอัปเกรดใหม่ทั้งหมด เพิ่มความแข็งแรงด้วยโลหะที่หนาขึ้นและจุดเสริมความแข็งแกร่งหลายตำแหน่ง ทำให้น้ำหนักโครงมากกว่า Ranger รุ่นปกติประมาณ 70–80 กก. เพื่อรองรับการบรรทุกและลากจูงหนักอย่างเต็มสมรรถนะ
  • กันชนเหล็กยึดติดกับแชสซีโดยตรง เพิ่มความทนทานและการรับน้ำหนัก พร้อมรองรับการติดตั้งอุปกรณ์เสริม เช่น ไฟสปอร์ตไลท์หรือเสาอากาศ ได้ทันที
  • ล้อเหล็ก Heavy Duty ขนาด 18 x 8.5 นิ้ว พร้อมน็อตล้อ 8 ตัว จับคู่กับยาง All Terrain LT ขนาด 33 นิ้ว (LT275/70R18) ช่วยกระจายน้ำหนักได้ดีกว่า เพิ่มความแข็งแรง ลดความเสียหายต่อดุมล้อ และรองรับแรงกระแทกได้มากกว่าล้อทั่วไป
  • ระบบกันสะเทือนออกแบบใหม่ทั้งหมด ใช้โครงสร้างใหม่ร่วมกับแหนบหลังที่ยาวขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการรับน้ำหนักและการลากจูง พร้อมเสริมเสถียรภาพและความมั่นคงในการขับขี่
  • ระบบเบรกได้รับการอัปเกรด เพิ่มขนาดจานเบรก เพื่อประสิทธิภาพในการหยุดรถที่มั่นใจยิ่งขึ้น
  • ห้องโดยสารตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ “SUPER DUTY” บริเวณแผงคอนโซลหน้า สะท้อนเอกลักษณ์ความแข็งแกร่งของรุ่น
  • ระบบ Integrated Device Mounting System (IDMS) ติดตั้งจากโรงงาน พร้อมรองรับการใช้งานอุปกรณ์เสริม
  • ระบบล็อกเฟืองท้ายหน้าและหลังแบบไฟฟ้า เพิ่มสมรรถนะการยึดเกาะในทุกสภาพเส้นทาง
  • ระยะความสูงจากพื้น 299 มม. และความกว้างฐานล้อ 1,710 มม. เทียบเท่า Ranger Raptor เพิ่มความมั่นคงในการขับขี่
  • มาพร้อมโหมดการขับขี่ 7 โหมด ได้แก่
    • โหมดปกติ
    • โหมดประหยัด
    • โหมดลากจูง
    • โหมดถนนลื่น
    • โหมดโคลน
    • โหมดทราย
    • โหมดหิน
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติสำหรับการขับขี่ออฟโรด (Trail Control) พร้อมระบบช่วยเลี้ยวในเส้นทางออฟโรด (Trail Turn Assist) เพิ่มความคล่องตัวในพื้นที่ทุรกันดาร
  • แผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถแบบ Heavy Duty ปกป้องเฟืองหน้า ระบบเกียร์ และชุดส่งกำลัง ผลิตจากเหล็กหนา 3.6 มม. โดยแผ่นกันกระแทกบริเวณถังน้ำมันมีน้ำหนักถึง 130 กก. และออกแบบให้เป็นชิ้นเดียวกับโครงสร้างตัวรถ ช่วยรองรับการไต่ผ่านสิ่งกีดขวางได้อย่างมั่นใจ
  • ถังน้ำมันความจุ 130 ลิตร มาพร้อมแผ่นกันกระแทกเหล็ก เพิ่มความอุ่นใจในการใช้งานสมบุกสมบัน
  • รองรับการลุยน้ำลึกสูงสุด 850 มม. เพิ่มขีดความสามารถในการใช้งานในทุกสภาพเส้นทาง

โดยรวมแล้ว Ford Ranger Super Duty คือการยกระดับแพลตฟอร์มของ Ranger ไปสู่ขีดสุดของความแข็งแกร่ง ทั้งโครงสร้าง ระบบช่วงล่าง ระบบขับเคลื่อน และอุปกรณ์เพื่อการใช้งานหนัก ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการบรรทุก ลากจูง และลุยในสภาพเส้นทางสมบุกสมบันอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นงานเชิงพาณิชย์ การใช้งานเฉพาะทาง หรือการขับขี่ออฟโรดขั้นหนัก Ranger Super Duty สะท้อนแนวคิด “Built for Tough Work” อย่างชัดเจน และกลายเป็น Ranger ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ฟอร์ดเคยผลิตมา



ขอบคุณข้อมูล : https://massautocar.com/

ลงทะเบียนรับส่วนลด

0
    ตะกร้าสินค้า
    ตะกร้าสินค้าว่างเปล่ากลับสู่ร้านค้า
    Instagram